วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ข้อสรุปที่สำคัญเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย

ข้อสรุปที่สำคัญ (ความรู้จากอินเตอร์เน็ต)

  1. การเล่นของเด็กปฐมวัย
    · การเล่นสามารถทำให้เด็กใช้สัญลักษณ์แทนความรู้สึกต่อโลกของเขาในรูปแบบที่หลากหลาย
    · การเล่นส่งเสริมการคิดให้รู้จักคิดยืดหยุ่น และคิดสร้างสรรค์
    · การเล่นช่วยให้เด็กสร้างความรู้จากเรื่องราวต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ในชีวิต
    · การเล่นสนับสนุนความสามารถทางภาษาและสังคม
    · การเล่นช่วยให้เด็กมีปฏิบัติการได้เหนือระดับปกติ เพราะไม่มีกรอบแห่งความเป็นจริงมาบังคับกระบวนการการเรียนรู้ เด็กสามารถจะนำความรู้ทั้งหมดมาจินตนาการเพิ่มเติม ตัดต่อจนเป็นความรู้ใหม่ ความคิดใหม่ และแสดงออกมาในการเล่นได้
    · ขณะเล่น สมองเรียนรู้โดยใช้อารมณ์อันพึงพอใจเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนั้น การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในสมองผ่านการเล่น จึงเป็นการรู้ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นวงจรที่มีพลัง

    กระบวนการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
    · เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากสัมพันธภาพของเขากับครอบครัว ถัดไปคือ เพื่อนบ้าน โรงเรียน และสังคม
    · เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว และด้วยกระบวนการอันซับซ้อน
    · เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากความรู้สึกผูกพันแบบตัวต่อตัวก่อน แล้วเคลื่อนไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันภายหลัง
    · การเรียนรู้ถูกกระตุ้นโดยความอยากรู้อยากเห็น จินตนาการ และการสร้างสรรค์
    · การเรียนรู้มาจากสถานการณ์ที่เป็นจริง ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้เริ่มต้นจากนามธรรม คำศัพท์ หรือนิยาม
    · ผลจากการเรียนรู้ของสมอง เด็กแต่ละคนปรากฏตัวออกมาไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความสนใจว่าเด็กจะแสดงความรู้ออกมาผ่านพฤติกรรมแบบไหน
    · เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรมทางร่างกาย และพัฒนาสมรรถภาพได้หลากหลาย ซับซ้อน
    · เด็กชอบที่จะเรียนรู้จากการทำซ้ำๆ และเพลิดเพลินจากการทำซ้ำๆ ขณะเดียวกันสมองจะจัดการรวบรวมทักษะต่างๆ เข้าด้วยกัน กลายเป็นองค์รวมแห่งพัฒนาการ
    · เด็กสืบค้นและสำรวจสิ่งรอบตัวของเขาผ่านการเล่น ด้วยเหตุนี้สภาพแวดล้อมจึงมีบทบาทสำคัญ

2. พัฒนาการแห่งการเรียนรู้
· การวางเป้าหมายของหลักสูตรเกิดจากหลักการต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นเป็นพื้นฐาน ถัดไปคือโลกและสังคมแห่งการเรียนรู้อันจำเป็นที่ต้องถักทอขึ้นมา เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย โดยแยกออกเป็นพัฒนาการด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
· พัฒนาการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว
· พัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจ
· พัฒนาการด้านการคิด
· พัฒนาการด้านศิลปะและการสร้างสรรค์
· พัฒนาการด้านภาษา


3. เป้าหมายแห่งพัฒนาการ
· ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี
· พัฒนาการกล้ามเนื้อใหญ่และเล็กแข็งแรงดี ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

· พัฒนาการทางอารมณ์เหมาะกับวัย มีสุขภาพจิตดี รู้เหมาะรู้ควรตามวัย
· มีความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ใช้ภาษาแม่ได้อย่างดี และเริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการฟัง พูดอ่าน เขียนได้อย่างง่ายๆ ได้
· มีสุนทรียภาพ ชื่นชมต่อศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกาย
· ช่วยเหลือตนเองได้ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
· มีความใส่ใจในธรรมชาติ รู้จักใช้ความคิดและมีนิสัยใฝ่หาคำตอบ
· รู้จักและดำเนินชีวิตอย่างมีวัฒนธรรมเหมาะสมกับวัย
· มีพัฒนาการด้านการคิด ใช้เหตุผล แก้ปัญหาได้ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรม และจิตใจดีงาม
· มีความกระหายใคร่รู้ รักการเรียนรู้

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

ระบบป้องกัน...อบรมเด็กแบบนักบุญยอห์น บอสโก

ระบบป้องกัน(PREVENTIVE SYSTEM) :ดอนบอสโก
ใช้เหตุผล.....พัฒนาสติปัญญา
ใช้ศาสนา.....พัฒนาจิตใจ
ใช้ความรักเมตตา.....พัฒนาสุนทรียภาพด้านอารมณ์ให้เป็นคนที่สมบูรณ์
(ที่มา:คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ พฤศจิกายน 2549)

ระบบการอบรมเด็กของดอนบอสโก

ระบบการอบรมเด็กมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่ระบบที่คุณพ่อบอสโกได้เลือกมาใช้นั้นเป็นระบบสุภาษิตที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้"

กล่าวคือป้องกันไม่ให้เด็กมีโอกาสทำผิด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงโทษเมื่อเด็กได้กระทำผิด และอบรมให้เด็กทำหน้าที่ต่างๆโดยสมัครใจเอง

ทฤษฎีที่สอนว่า เราควรปล่อยให้เด็กได้มีโอกาสอยู่ในความไม่ดีเพื่อเขาจะได้ฝึกหัดตัว ในการต่อสู้กับความชั่วทั้งหลายนั้น

เป็นทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้ในการอบรมเด็กและเยาวชน เพราะความชั่วช้าต่างๆ ฝังรากลึกอยู่ในใจของเด็กอยู่แล้ว ทั้งกำลังใจของเขายังอ่อนแอ ไม่ช้าก็เร็วเด็กจะต้องยอมแพ้แก่การยั่วยวนของความชั่วเป็นแน่แท้

พ่อแม่จำนวนมากที่ปล่อยบุตรของตนให้เป็นอิสระเกินควร เช่น ปล่อยเขาให้คบเพื่อนำไม่เลือกหน้า ไปเที่ยวกลางคืน ไปดูภาพยนต์หรือการแสดงที่ไม่ดี อ่านหนังสือประเภทลามก อนาจาร ฯลฯ ในที่สุดตัวพ่อแม่ของเด็กเองที่จะได้รับความทุกข์จากบุตรเป็นสิ่งตอบแทน

คุณพ่อบอสโกได้ปรับปรุงสถานที่อยู่ของเด็ก ให้เป็นเสมือนหนึ่งครอบครัว พวกเด็กๆต่างได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความอบอุ่นและความรักจากคุณพ่อบอสโก เหมือนดังว่าเขาได้อยู่กับบิดามารดาของเขาเอง ผู้ใหญ่ทุกคนใกล้ชิดอยู่กับพวกเด็กๆ และดำเนินชีวิตอยู่กับพวกเขาตลอดเวลา โดยผู้ใหญ่ต่างก็สนใจในสิ่งที่เด็กชอบเพื่อเอาใจพวกเขา และโน้มน้าวให้ทำสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เขาทำ

อธิการของโรงเรียนทำตนเป็นบิดามากกว่าที่จะทำตนเป็นอธิการ ส่วนผู้ใหญ่รองลงมาก็เป็นเสมือนพี่ๆของเด็ก ส่วนนักเรียนก็เปรียบเสมือนน้องๆ ความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งเชื่อมประสานให้คนในครอบครัวมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเป็นฉันใด ความไว้เนื้อเชื่อใจชนิดเดียวนี้เอง ก็เกี่ยวโยงผู้ใหญ่กับเด็กให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันฉันนั้น

ระบบการอบรมเด็กของคุณพ่อบอสโก ยึดหลักความรัก ศาสนาและเหตุผล เป็นที่ตั้งความรักต่อเด็กต้องเป็นเอกลักษณ์ของคณะนักบวชซาเลเซียนผู้อบรมเด็กต้องจำไว้เสมอว่า ตนเป็นผู้แทนบิดามารดาของเขา ดังนั้นจะต้องรักเด็กให้เหมือนที่บิดามารดารักเขา


ในการลงโทษเด็กเมื่อเขาทำผิด คุณพ่อบอสโกให้ผู้ใหญ่ถือหลักดังต่อไปนี้

ให้ลงโทษด้วยความยุติธรรม อย่าลงโทษหนักเพราะความผิดอันเล็กน้อย

การลงโทษอย่าให้เป็นการแก้แค้น และอย่าลงโทษเมื่อตัวเองกำลังสับสนวุ่นวาย หรือเมื่อเด็กกำลังโมโห

การงดแสดงความรัก ก็จะเป็นโทษพอที่จะทำให้เด็กรู้สึกตัวและมีมานะขึ้น ทั้งไม่ทำให้เด็กรู้สึกน้อยใจด้วย

สำหรับเด็กๆอะไรที่ใช้ให้เป็นโทษก็นับว่าเป็นโทษ เคยปรากฏว่า การมองอันไม่อ่อนโยนต่อเด็กบางคนได้ผลมากกว่าการตบตี การชมเชยเมื่อเขาได้ทำความดีและการติเตียนเมื่อเขาทำความผิด ก็เป็นรางวัลและเป็นการลงโทษเพียงพออยู่แล้ว

การเฆี่ยนตีไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ การให้คุกเข่าในท่าลำบาก การดึงหู และการลงโทษอื่นๆ ทั้งหมดนี้จะต้องงดเว้นอย่างเด็ดขาด เพราะว่ามันจะทำให้เด็กเจ็บใจมาก ทั้งเป็นที่อัปยศอดสูแก่ตัวผู้อบรมด้วย

หากว่าผู้ใหญ่ปฏิบัติตามระบบนี้แล้ว เชื่อได้ว่าเขาจะได้รับผลอันดีงามโดยไม่ต้องใช้ไม้เรียว หรือการลงโทษรุนแรงกับเด็กเลย โดยท่านอาศัยความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้าท่านก็ได้ผลดีเสมอมา

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550

รูปพระแม่มารีย์ บ้านแม่พระอุปถัมภ์

บ้านแม่พระอุปถัมภ์
รับดูแลพัฒนาเตรียมความพร้อม เด็กเล็กอายุ 1-3 ปี
ด้วยความรักและคุณธรรม
อบอุ่น...

ปลอดภัย...
เรียนรู้สนุก...
ปลูกฝังคุณธรรม

รูปสมาชิกบ้านแม่พระอุปถัมภ์(น้องเบียร์)


รูปคุณพยาบาลประจำบ้าน(น.ส.สร้อยม่านและคณะ)





ดื้อ ซน ดี มีวินัย


ดื้อ ซน ดี มีวินัย……………………ครูเอ St.Mary

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่กำลังมองหาวิธีเลี้ยงดูและปลูกฝังพัฒนาให้ลูกน้อยในช่วงปฐมวัย(แรกเกิดถึง 6 ขวบ)เติบโตขึ้นเป็นเด็กดี มีวินัยใฝ่เรียนรู้ น่ารักสมดังใจปรารถนา…
ครูเอก็มีข้อแนะนำที่ดีมากเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและฝึกหัดลูกน้อยของเรามาฝากดังนี้ค่ะ
ข้อแรก คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกรักรู้จักการอดได้…รอได้
…พ่อแม่บางคนอยากให้คุณลูกรักมากๆเลยพยายามหาซื้อของแพงๆมาให้ …แย่งกันซื้อของให้หรือ…แข่งกันตามใจ
ครูเอขอบอกว่า…การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้เด็กรู้จักอดได้…รอได้เลยค่ะ
หนทางที่ถูกต้องที่จะปฏิบัติเมื่อยามที่เขาร้อง ขออะไรขึ้นมา ก็คือ…
ถ้าเด็กอยากได้ของเล่น ถามเขาเสียก่อนว่า “จะเล่นอย่างไร…เล่นเป็นหรือไม่…จะสนุกไหมและจะให้คนอื่นเล่นด้วยหรือเปล่า…ถามด้วยความรักและรอยยิ้มนะคะ
แต่…ถ้าลูกน้อยยังร้องขอในสิ่งที่ยังไม่สมควรได้อีกล่ะ?
คราวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องวางเงื่อนไขค่ะ หรือไม่ก็ขอผัดผ่อนต่อรองเลื่อนเวลาออกไปก่อนอาจบอกว่า “เอาไว้โตกว่านี้อีกหน่อยนะแล้วแม่จะซื้อให้”…มองและวางสีหน้าท่าทีให้ลูกเห็นด้วยนะคะว่า…คุณแม่ขอร้องๆๆๆ
วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้เด็กรู้จักรอได้ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตัวเอง และยังจะทำให้มีวินัยในตนเองด้วยนะคะ
ข้อที่สอง ต้องปลูกฝังให้ลูกรู้จักมีระเบียบวินัยและรู้จักว่าอะไรถูกอะไรผิดอย่างสม่ำเสมอค่ะ
เช่น…เมื่อเด็กเล่นอะไรหรือหยิบสิ่งของอะไรออกมาเล่นเสร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้เขานำไปเก็บไว้เข้าที่พร้อมบอกเหตุผลในการทำด้วยว่าเพราะอะไร
และสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ลูกมีระเบียบวินัยดีมากๆเลย ก็คือ…คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ
นอกจากนี้ควรปลูกฝังให้ลูกรู้จักว่าอะไรผิดอะไรถูกตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าพ่อแม่จะทำอะไรหรือจะให้ลูกทำอะไรพ่อแม่ต้องขยันที่จะบอกเหตุผลกับลูกว่า ทำอย่างนี้ไม่ได้เพราะอะไร หรือ ทำอย่างนี้แทนเพราะอะไร
การบอกถึงเหตุผลในการกระทำเช่นนี้ทุกครั้งจะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เหตุผลและมีวินัยในตนเองค่ะ