ระบบป้องกัน(PREVENTIVE SYSTEM) :ดอนบอสโก
ใช้เหตุผล.....พัฒนาสติปัญญา
ใช้ศาสนา.....พัฒนาจิตใจ
ใช้ความรักเมตตา.....พัฒนาสุนทรียภาพด้านอารมณ์ให้เป็นคนที่สมบูรณ์
(ที่มา:คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ พฤศจิกายน 2549)
ระบบการอบรมเด็กของดอนบอสโก
ระบบการอบรมเด็กมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่ระบบที่คุณพ่อบอสโกได้เลือกมาใช้นั้นเป็นระบบสุภาษิตที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้"
กล่าวคือป้องกันไม่ให้เด็กมีโอกาสทำผิด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงโทษเมื่อเด็กได้กระทำผิด และอบรมให้เด็กทำหน้าที่ต่างๆโดยสมัครใจเอง
ทฤษฎีที่สอนว่า เราควรปล่อยให้เด็กได้มีโอกาสอยู่ในความไม่ดีเพื่อเขาจะได้ฝึกหัดตัว ในการต่อสู้กับความชั่วทั้งหลายนั้น
เป็นทฤษฎีที่ใช้ไม่ได้ในการอบรมเด็กและเยาวชน เพราะความชั่วช้าต่างๆ ฝังรากลึกอยู่ในใจของเด็กอยู่แล้ว ทั้งกำลังใจของเขายังอ่อนแอ ไม่ช้าก็เร็วเด็กจะต้องยอมแพ้แก่การยั่วยวนของความชั่วเป็นแน่แท้
พ่อแม่จำนวนมากที่ปล่อยบุตรของตนให้เป็นอิสระเกินควร เช่น ปล่อยเขาให้คบเพื่อนำไม่เลือกหน้า ไปเที่ยวกลางคืน ไปดูภาพยนต์หรือการแสดงที่ไม่ดี อ่านหนังสือประเภทลามก อนาจาร ฯลฯ ในที่สุดตัวพ่อแม่ของเด็กเองที่จะได้รับความทุกข์จากบุตรเป็นสิ่งตอบแทน
คุณพ่อบอสโกได้ปรับปรุงสถานที่อยู่ของเด็ก ให้เป็นเสมือนหนึ่งครอบครัว พวกเด็กๆต่างได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความอบอุ่นและความรักจากคุณพ่อบอสโก เหมือนดังว่าเขาได้อยู่กับบิดามารดาของเขาเอง ผู้ใหญ่ทุกคนใกล้ชิดอยู่กับพวกเด็กๆ และดำเนินชีวิตอยู่กับพวกเขาตลอดเวลา โดยผู้ใหญ่ต่างก็สนใจในสิ่งที่เด็กชอบเพื่อเอาใจพวกเขา และโน้มน้าวให้ทำสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เขาทำ
อธิการของโรงเรียนทำตนเป็นบิดามากกว่าที่จะทำตนเป็นอธิการ ส่วนผู้ใหญ่รองลงมาก็เป็นเสมือนพี่ๆของเด็ก ส่วนนักเรียนก็เปรียบเสมือนน้องๆ ความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งเชื่อมประสานให้คนในครอบครัวมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเป็นฉันใด ความไว้เนื้อเชื่อใจชนิดเดียวนี้เอง ก็เกี่ยวโยงผู้ใหญ่กับเด็กให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันฉันนั้น
ระบบการอบรมเด็กของคุณพ่อบอสโก ยึดหลักความรัก ศาสนาและเหตุผล เป็นที่ตั้งความรักต่อเด็กต้องเป็นเอกลักษณ์ของคณะนักบวชซาเลเซียนผู้อบรมเด็กต้องจำไว้เสมอว่า ตนเป็นผู้แทนบิดามารดาของเขา ดังนั้นจะต้องรักเด็กให้เหมือนที่บิดามารดารักเขา
ในการลงโทษเด็กเมื่อเขาทำผิด คุณพ่อบอสโกให้ผู้ใหญ่ถือหลักดังต่อไปนี้
ให้ลงโทษด้วยความยุติธรรม อย่าลงโทษหนักเพราะความผิดอันเล็กน้อย
การลงโทษอย่าให้เป็นการแก้แค้น และอย่าลงโทษเมื่อตัวเองกำลังสับสนวุ่นวาย หรือเมื่อเด็กกำลังโมโห
การงดแสดงความรัก ก็จะเป็นโทษพอที่จะทำให้เด็กรู้สึกตัวและมีมานะขึ้น ทั้งไม่ทำให้เด็กรู้สึกน้อยใจด้วย
สำหรับเด็กๆอะไรที่ใช้ให้เป็นโทษก็นับว่าเป็นโทษ เคยปรากฏว่า การมองอันไม่อ่อนโยนต่อเด็กบางคนได้ผลมากกว่าการตบตี การชมเชยเมื่อเขาได้ทำความดีและการติเตียนเมื่อเขาทำความผิด ก็เป็นรางวัลและเป็นการลงโทษเพียงพออยู่แล้ว
การเฆี่ยนตีไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ การให้คุกเข่าในท่าลำบาก การดึงหู และการลงโทษอื่นๆ ทั้งหมดนี้จะต้องงดเว้นอย่างเด็ดขาด เพราะว่ามันจะทำให้เด็กเจ็บใจมาก ทั้งเป็นที่อัปยศอดสูแก่ตัวผู้อบรมด้วย
หากว่าผู้ใหญ่ปฏิบัติตามระบบนี้แล้ว เชื่อได้ว่าเขาจะได้รับผลอันดีงามโดยไม่ต้องใช้ไม้เรียว หรือการลงโทษรุนแรงกับเด็กเลย โดยท่านอาศัยความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้าท่านก็ได้ผลดีเสมอมา
บ้านเด็กเล็กยุคใหม่ อบอุ่น ปลอดภัย เรียนรู้สนุก ปลูกฝังคุณธรรม โทร 0-3223-3787,08-1870-8817
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551
วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550
รูปพระแม่มารีย์ บ้านแม่พระอุปถัมภ์
ดื้อ ซน ดี มีวินัย

ดื้อ ซน ดี มีวินัย……………………ครูเอ St.Mary
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่กำลังมองหาวิธีเลี้ยงดูและปลูกฝังพัฒนาให้ลูกน้อยในช่วงปฐมวัย(แรกเกิดถึง 6 ขวบ)เติบโตขึ้นเป็นเด็กดี มีวินัยใฝ่เรียนรู้ น่ารักสมดังใจปรารถนา…
ครูเอก็มีข้อแนะนำที่ดีมากเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและฝึกหัดลูกน้อยของเรามาฝากดังนี้ค่ะ
ข้อแรก คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกรักรู้จักการอดได้…รอได้
…พ่อแม่บางคนอยากให้คุณลูกรักมากๆเลยพยายามหาซื้อของแพงๆมาให้ …แย่งกันซื้อของให้หรือ…แข่งกันตามใจ
ครูเอขอบอกว่า…การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้เด็กรู้จักอดได้…รอได้เลยค่ะ
หนทางที่ถูกต้องที่จะปฏิบัติเมื่อยามที่เขาร้อง ขออะไรขึ้นมา ก็คือ…
ถ้าเด็กอยากได้ของเล่น ถามเขาเสียก่อนว่า “จะเล่นอย่างไร…เล่นเป็นหรือไม่…จะสนุกไหมและจะให้คนอื่นเล่นด้วยหรือเปล่า…ถามด้วยความรักและรอยยิ้มนะคะ
แต่…ถ้าลูกน้อยยังร้องขอในสิ่งที่ยังไม่สมควรได้อีกล่ะ?
คราวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องวางเงื่อนไขค่ะ หรือไม่ก็ขอผัดผ่อนต่อรองเลื่อนเวลาออกไปก่อนอาจบอกว่า “เอาไว้โตกว่านี้อีกหน่อยนะแล้วแม่จะซื้อให้”…มองและวางสีหน้าท่าทีให้ลูกเห็นด้วยนะคะว่า…คุณแม่ขอร้องๆๆๆ
วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้เด็กรู้จักรอได้ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตัวเอง และยังจะทำให้มีวินัยในตนเองด้วยนะคะ
ข้อที่สอง ต้องปลูกฝังให้ลูกรู้จักมีระเบียบวินัยและรู้จักว่าอะไรถูกอะไรผิดอย่างสม่ำเสมอค่ะ
เช่น…เมื่อเด็กเล่นอะไรหรือหยิบสิ่งของอะไรออกมาเล่นเสร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้เขานำไปเก็บไว้เข้าที่พร้อมบอกเหตุผลในการทำด้วยว่าเพราะอะไร
และสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ลูกมีระเบียบวินัยดีมากๆเลย ก็คือ…คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ
นอกจากนี้ควรปลูกฝังให้ลูกรู้จักว่าอะไรผิดอะไรถูกตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าพ่อแม่จะทำอะไรหรือจะให้ลูกทำอะไรพ่อแม่ต้องขยันที่จะบอกเหตุผลกับลูกว่า ทำอย่างนี้ไม่ได้เพราะอะไร หรือ ทำอย่างนี้แทนเพราะอะไร
การบอกถึงเหตุผลในการกระทำเช่นนี้ทุกครั้งจะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เหตุผลและมีวินัยในตนเองค่ะ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่กำลังมองหาวิธีเลี้ยงดูและปลูกฝังพัฒนาให้ลูกน้อยในช่วงปฐมวัย(แรกเกิดถึง 6 ขวบ)เติบโตขึ้นเป็นเด็กดี มีวินัยใฝ่เรียนรู้ น่ารักสมดังใจปรารถนา…
ครูเอก็มีข้อแนะนำที่ดีมากเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและฝึกหัดลูกน้อยของเรามาฝากดังนี้ค่ะ
ข้อแรก คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกรักรู้จักการอดได้…รอได้
…พ่อแม่บางคนอยากให้คุณลูกรักมากๆเลยพยายามหาซื้อของแพงๆมาให้ …แย่งกันซื้อของให้หรือ…แข่งกันตามใจ
ครูเอขอบอกว่า…การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยให้เด็กรู้จักอดได้…รอได้เลยค่ะ
หนทางที่ถูกต้องที่จะปฏิบัติเมื่อยามที่เขาร้อง ขออะไรขึ้นมา ก็คือ…
ถ้าเด็กอยากได้ของเล่น ถามเขาเสียก่อนว่า “จะเล่นอย่างไร…เล่นเป็นหรือไม่…จะสนุกไหมและจะให้คนอื่นเล่นด้วยหรือเปล่า…ถามด้วยความรักและรอยยิ้มนะคะ
แต่…ถ้าลูกน้อยยังร้องขอในสิ่งที่ยังไม่สมควรได้อีกล่ะ?
คราวนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องวางเงื่อนไขค่ะ หรือไม่ก็ขอผัดผ่อนต่อรองเลื่อนเวลาออกไปก่อนอาจบอกว่า “เอาไว้โตกว่านี้อีกหน่อยนะแล้วแม่จะซื้อให้”…มองและวางสีหน้าท่าทีให้ลูกเห็นด้วยนะคะว่า…คุณแม่ขอร้องๆๆๆ
วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้เด็กรู้จักรอได้ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตัวเอง และยังจะทำให้มีวินัยในตนเองด้วยนะคะ
ข้อที่สอง ต้องปลูกฝังให้ลูกรู้จักมีระเบียบวินัยและรู้จักว่าอะไรถูกอะไรผิดอย่างสม่ำเสมอค่ะ
เช่น…เมื่อเด็กเล่นอะไรหรือหยิบสิ่งของอะไรออกมาเล่นเสร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้เขานำไปเก็บไว้เข้าที่พร้อมบอกเหตุผลในการทำด้วยว่าเพราะอะไร
และสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ลูกมีระเบียบวินัยดีมากๆเลย ก็คือ…คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ
นอกจากนี้ควรปลูกฝังให้ลูกรู้จักว่าอะไรผิดอะไรถูกตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าพ่อแม่จะทำอะไรหรือจะให้ลูกทำอะไรพ่อแม่ต้องขยันที่จะบอกเหตุผลกับลูกว่า ทำอย่างนี้ไม่ได้เพราะอะไร หรือ ทำอย่างนี้แทนเพราะอะไร
การบอกถึงเหตุผลในการกระทำเช่นนี้ทุกครั้งจะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เหตุผลและมีวินัยในตนเองค่ะ
ฉลาดครบสูตรด้วย 6 Q

ฉลาดครบสูตรด้วย 6 Q
IQ (Intelligent Quatient) ความฉลาดทางสติปัญญา
ความฉลาดทางสติปัญญาหรือเชาวน์ปัญญาของคนที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมโดยคนไอคิวดีจะเป็นคนเก่งมีสมองรับรู้ไว คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารและเติบโตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดี รวมทั้งให้โอกาสเด็กได้ฝึกสมอง โดยเฉพาะวัย 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่สมองจะพัฒนาเต็มที่
EQ (Emotional Quatient) ความฉลาดทางอารมณ์
ความฉลาดทางอารมณ์คือการรู้จักยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ได้ดีและความกระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จ โดยสามารถพัฒนา EQ และฝึกฝนด้วยวิธีง่ายๆ เช่น เล่นกับลูก ให้เด็กรู้จักเคารพกติกา เป็นการฝึกทักษะทางสังคม ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าใจยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น
AQ (Adversity Quatient) ความสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก
ซึ่งเป็นปัจจัยก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการงาน ควรฝึกให้ลูกได้เผชิญกับปัญหาและทดลองแก้ปัญหา
MQ (Moral Quatient) ความฉลาดทางศีลธรรมและจริยธรรม
การฝึกให้เด็กไม่เห็นแก่ตัว รู้จักการแบ่งปัน ด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในการแสดงออกต่างๆ เช่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ปลูกฝังให้รู้จักการให้อภัย มีน้ำใจต่อผู้อื่น เพื่อเติบโตเป็นคนดีของสังคม
PQ(Play Quatient) ความฉลาดและการเรียนรู้ที่เกิดจากการเล่น
ควรส่งเสริมให้ลูกได้เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย รวมทั้งยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อีก เช่น การเล่นดนตรี เพราะในขณะ
CQ (Creativity Quatient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์
ที่ก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆที่ส่งเสริมให้เขาได้สร้างสรรค์งานศิลปะ วาดรูประบายสี รวมทั้งการอยู่กับธรรมชาติ
IQ (Intelligent Quatient) ความฉลาดทางสติปัญญา
ความฉลาดทางสติปัญญาหรือเชาวน์ปัญญาของคนที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมโดยคนไอคิวดีจะเป็นคนเก่งมีสมองรับรู้ไว คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารและเติบโตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดี รวมทั้งให้โอกาสเด็กได้ฝึกสมอง โดยเฉพาะวัย 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่สมองจะพัฒนาเต็มที่
EQ (Emotional Quatient) ความฉลาดทางอารมณ์
ความฉลาดทางอารมณ์คือการรู้จักยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ได้ดีและความกระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จ โดยสามารถพัฒนา EQ และฝึกฝนด้วยวิธีง่ายๆ เช่น เล่นกับลูก ให้เด็กรู้จักเคารพกติกา เป็นการฝึกทักษะทางสังคม ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าใจยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น
AQ (Adversity Quatient) ความสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก
ซึ่งเป็นปัจจัยก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการงาน ควรฝึกให้ลูกได้เผชิญกับปัญหาและทดลองแก้ปัญหา
MQ (Moral Quatient) ความฉลาดทางศีลธรรมและจริยธรรม
การฝึกให้เด็กไม่เห็นแก่ตัว รู้จักการแบ่งปัน ด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในการแสดงออกต่างๆ เช่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ปลูกฝังให้รู้จักการให้อภัย มีน้ำใจต่อผู้อื่น เพื่อเติบโตเป็นคนดีของสังคม
PQ(Play Quatient) ความฉลาดและการเรียนรู้ที่เกิดจากการเล่น
ควรส่งเสริมให้ลูกได้เล่นอย่างเหมาะสมกับวัย รวมทั้งยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อีก เช่น การเล่นดนตรี เพราะในขณะ
CQ (Creativity Quatient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์
ที่ก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆที่ส่งเสริมให้เขาได้สร้างสรรค์งานศิลปะ วาดรูประบายสี รวมทั้งการอยู่กับธรรมชาติ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




