วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คณะผู้บริหาร

 ผู้รับใบอนุญาต
นางกิตติภา ศิโรรัตน์ธัญโชค
ครุศาสตร์บัณฑิต บริหารการศึกษา วิทยาลัยครูนครปฐม,
Mini MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ศธ.)
ประสบการณ์บริหารและสอนระดับอนุบาล 30 ปี


ที่ปรึกษา
นายธัญญา ศิโรรัตน์ธัญโชค
(ครุศาสตรมหาบัณทิต บริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ประสบการณ์สอนและบริหารโรงเรียน 26 ปี


ผู้จัดการ
น.ส.เบญจวรรณ ใจสุข
ครุศาสตร์บัณฑิต การศึกษาปฐมวัย ราชภัฎกาญจนบุรี

                            ประสบการณ์บริหารและสอนระดับอนุบาล 13 ปี

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บ้านแม่พระอุปถัมภ์ บ้านเด็กเล็กยุคใหม่




บริเวณหน้าบ้าน ลานสนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่น้อยให้อากาศบริสุทธิ์ เติมแต่งสีสัน ชวนชมน่ามอง
ลานข้างบ้านกว้างขวาง บรรยากาศโปร่งโล่งสบาย สวยงาม รื่นรมย์เหมาะแก่การเรียนรู้
การเล่นอิสระ ออกกำลังกาย พัฒนาร่างกาย จิตใจ-อารมณ์ สังคม สติปัญญาของเด็กๆ (11 มิ.ย.2553)

รูปเด็กเล็กบ้านแม่พระอุปถัมภ์ น่ารักๆ 2











รวมรูปเด็กเล็กบ้านแม่พระอุปถัมภ์ น่ารักๆ 1











วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

รวมภาพการอบรมวิทยากรกระบวนการ โครงการเล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก











อบรมวิทยากรกระบวนการ โครงการเล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก


นางกิตติภา ศิโรรัตน์ธัญโชค

ผู้รับใบอนุญาตและผู้อำนวยการบ้านแม่พระอุปถัมภ์

เข้ารับการอบรมเป็นวิทยากรกระบวนการ

ในโครงการเล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก

ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว

ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ฟังนิทาน...เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน

เด็กๆ กับนิทานถ้าจัดเป็นของคู่กัน ก็คงไม่ผิด เพราะเด็กๆที่เนอสเซอรี่บ้านแม่พระอุปถัมภ์จะต้องได้ฟังนิทานทุกวันค่ะ วันไหนครูเอลองไม่เล่านิทานเด็กๆก็จะทวงหรือหยิบหนังสือมาให้ครูเออ่านให้ฟัง เพราะการฟังนิทานเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ การเสริมสร้างจินตนาการความคิดสร้างสรรค์และสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับลูกรัก
ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะยุ่งกับงานต่างๆมากมาย แต่ก็ควรมีเวลาการอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวันนะคะ เพราะการอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน ฟังบ่อยๆ จะทำให้ลูกมีทักษะทางภาษา ได้เรียนรู้เรื่องราว ประสบการณ์ต่างๆ เสริมสร้างจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เป็นเด็กอารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส ช่างสังเกต ช่างซักถามในสิ่งที่สงสัยและสร้างนิสัยรักการอ่าน แต่ก่อนที่จะเล่านิทานให้ลูกรักฟังก็ควรสร้างบรรยากาศสนุกๆ ชวนกันคุย แล้วก็หยิบหนังสือมาคุยกับลูก โดยเริ่มตั้งแต่หน้าปกหนังสือ ลองถามว่าหนูอยากฟังนิทานไหม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกเกิดความสนใจ และเวลาที่เล่าก็ใช้ลีลา ท่าทาง น้ำเสียงที่แตกต่างกันตามตัวละคร เพื่อให้เรื่องราวดูน่าตื่นเต้น น่าติดตาม และเว้นจังหวะหรือกระตุ้นให้ลูกมีส่วนร่วมในการเล่านิทานด้วยเช่น คุยกับลูกว่านี้คือตัวอะไร เขากำลังทำอะไร อย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี ฯลฯ ไม่ใช่ให้ลูกฟังอย่างเดียว
หนังสือนิทานไม่ควรมีเนื้อหายาวเกินไป ควรเป็นคำๆ หรือประโยคสั้นๆ ใช้ภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจของเด็กพร้อมภาพประกอบที่มีสีสันสวยงาม สดใสเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกและนิทานบางเรื่องที่สอดแทรกคุณธรรม เช่น ความอดทน การใช้เหตุผล การมีระเบียบวินัย ฯลฯ เราก็จะใช้สอนลูกไปในตัวด้วย
นอกจากประโยชน์ที่ครูเอได้กล่าวแล้วนิทานยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมต่างๆอีกหลายกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกให้มีความรักความอบอุ่นมากขึ้น แต่ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นต้นแบบให้ลูกเพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนที่รักการอ่านหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำลูกรักก็จะเป็นเด็กที่รักการอ่านเหมือนกับลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น